อ้างอิง

ศัพท์ดนตรีที่ใช้ในหลักสูตรนี้

เจอคำที่ไม่รู้จักระหว่างอ่านบทเรียนก็มาเปิดที่นี่ได้ ทุกคำมีคำอธิบายสั้นๆ และลิงก์กลับไปบทที่สอนเรื่องนั้น

94 คำ
เปียโนไฟฟ้าdigital pianoเครื่องที่คีย์มีน้ำหนักถ่วงให้ใกล้เคียงเปียโนอะคูสติก มักมี 88 คีย์คีย์บอร์ดไฟฟ้าkeyboard · arrangerเครื่องที่คีย์เบากว่า แต่มีเสียงเครื่องดนตรีและจังหวะประกอบให้เลือกเยอะความแรงที่กดvelocityค่าที่บอกว่ากดคีย์แรงแค่ไหน เครื่องที่รองรับจะให้เสียงดังเบาต่างกันตามน้ำหนักนิ้วเพดัลค้างเสียงsustain pedal · damperเพดัลที่เหยียบแล้วเสียงค้างต่อไปแม้ปล่อยนิ้วจากคีย์แล้วออกเทฟoctaveระยะจากโน้ตหนึ่งไปยังโน้ตชื่อเดียวกันตัวถัดไป ห่างกัน 12 ครึ่งเสียงโดกลางmiddle C · C4โน้ต C ที่อยู่ประมาณกึ่งกลางคีย์บอร์ด ใช้เป็นจุดอ้างอิงของทุกอย่างครึ่งเสียงsemitone · half stepระยะที่สั้นที่สุดระหว่างสองคีย์ที่ติดกันบนคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะขาวหรือดำเต็มเสียงwhole tone · whole stepระยะเท่ากับสองครึ่งเสียง คือข้ามไปหนึ่งคีย์ชาร์ปsharp · ♯เครื่องหมายที่ทำให้โน้ตสูงขึ้นหนึ่งครึ่งเสียงแฟลตflat · ♭เครื่องหมายที่ทำให้โน้ตต่ำลงหนึ่งครึ่งเสียงเสียงพ้องenharmonicคีย์เดียวกันที่เรียกได้สองชื่อ เช่น C♯ กับ D♭ คือคีย์เดียวกันจังหวะ (บีต)beatหน่วยเวลาพื้นฐานของเพลง คือสิ่งที่เราเคาะเท้าตามโดยไม่รู้ตัวเทมโปtempoความเร็วของเพลง วัดเป็นจำนวนบีตต่อนาทีBPMbeats per minuteจำนวนจังหวะต่อหนึ่งนาที เลขยิ่งมากเพลงยิ่งเร็วเมโทรนอมmetronomeเครื่องเคาะจังหวะที่คงที่เป๊ะ ใช้ฝึกให้จังหวะนิ่งค่าตัวโน้ตnote valueความยาวของโน้ตแต่ละตัว เช่น ตัวดำยาวหนึ่งจังหวะ ตัวขาวยาวสองจังหวะตัวหยุดrestสัญลักษณ์ที่บอกให้เงียบ มีความยาวเหมือนตัวโน้ตทุกประการเครื่องหมายกำหนดจังหวะtime signatureตัวเลขสองตัวต้นเพลง บอกว่าหนึ่งห้องมีกี่จังหวะ และใช้โน้ตอะไรเป็นหนึ่งจังหวะห้องเพลงbar · measureช่วงที่ถูกแบ่งด้วยเส้นกั้นห้อง แต่ละห้องมีจำนวนจังหวะเท่ากันตามเครื่องหมายกำหนดจังหวะบรรทัดห้าเส้นstaff · staveเส้นขนานห้าเส้นที่ใช้เขียนโน้ต ตำแหน่งสูงต่ำบนเส้นบอกระดับเสียงกุญแจซอลtreble clef · G clefกุญแจที่วนรอบเส้นที่สอง ทำให้เส้นนั้นเป็นโน้ต G มักใช้กับมือขวากุญแจฟาbass clef · F clefกุญแจที่มีจุดสองจุดคร่อมเส้นที่สี่ ทำให้เส้นนั้นเป็นโน้ต F มักใช้กับมือซ้ายบรรทัดคู่grand staffกุญแจซอลกับกุญแจฟาวางคู่กัน มือขวาอ่านบรรทัดบน มือซ้ายอ่านบรรทัดล่างเส้นน้อยledger lineเส้นสั้นๆ ที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อเขียนโน้ตที่สูงหรือต่ำเกินบรรทัดห้าเส้นโน้ตจุดdotted noteจุดหลังตัวโน้ตทำให้ยาวขึ้นอีกครึ่งหนึ่งของค่าเดิมเส้นโยงเสียงtieเส้นโค้งเชื่อมโน้ตตัวเดียวกันสองตัว ให้เล่นครั้งเดียวแต่ลากยาวรวมกันจังหวะขัดsyncopationการเน้นเสียงลงในจังหวะยก แทนที่จะลงตรงจังหวะหลัก ทำให้เพลงฟังดูมีชีวิตบันไดเสียงscaleชุดของโน้ตที่เรียงจากต่ำไปสูงตามสูตรระยะห่างที่กำหนดบันไดเสียงเมเจอร์major scaleบันไดเสียงที่ใช้สูตร เต็ม-เต็ม-ครึ่ง-เต็ม-เต็ม-เต็ม-ครึ่ง ให้เสียงสว่างสดใสเครื่องหมายประจำคีย์key signatureชาร์ปหรือแฟลตที่เขียนไว้ต้นบรรทัด บอกว่าเพลงอยู่ในคีย์อะไรขั้นคู่intervalระยะห่างระหว่างสองเสียง นับเป็นจำนวนครึ่งเสียงหรือเรียกเป็นชื่อ เช่น คู่ 5 เพอร์เฟกต์คอร์ดchordโน้ตตั้งแต่สามตัวขึ้นไปที่ดังพร้อมกันทรัยแอดtriadคอร์ดสามเสียงที่สร้างจากการซ้อนขั้นคู่สามสองชั้นการพลิกกลับคอร์ดinversionการย้ายโน้ตล่างสุดของคอร์ดขึ้นไปข้างบน ทำให้คอร์ดเดิมมีเสียงเบสต่างออกไปอาร์เปจจิโอarpeggio · broken chordการเล่นโน้ตของคอร์ดทีละตัวแทนที่จะกดพร้อมกันความดังเบาdynamicsการควบคุมความดังของเสียง เขียนเป็นสัญลักษณ์อย่าง p สำหรับเบา และ f สำหรับดังเลกาโตlegatoการเล่นให้เสียงต่อเนื่องกันไม่ขาดตอนสตัคคาโตstaccatoการเล่นให้เสียงสั้นและขาดจากกัน เขียนเป็นจุดใต้หรือเหนือหัวโน้ตการวางนิ้วfingeringตัวเลข 1 ถึง 5 ที่บอกว่าควรใช้นิ้วไหนกดโน้ตตัวไหน นิ้วโป้งคือ 1 เสมอกลุ่มคีย์ดำblack key groupคีย์ดำที่จับกลุ่มสองตัวสลับสามตัวไปตลอดคีย์บอร์ด ใช้เป็นแผนที่หาโน้ตเครื่องหมายยกออกเทฟ8va · 8vb · 15ma · ottavaคำกำกับที่บอกให้เล่นสูงหรือต่ำกว่าที่เขียนหนึ่งออกเทฟ ใช้แทนการเขียนเส้นน้อยจำนวนมากเส้นเชื่อมวลีslurเส้นโค้งที่เชื่อมโน้ตคนละเสียง บอกให้เล่นต่อเนื่องไม่ขาดตอน ต่างจากเส้นโยงเสียงที่เชื่อมเสียงเดียวกันคานbeamขีดหนาที่เชื่อมหางโน้ตหลายตัวเข้าเป็นกลุ่มตามจังหวะ หนึ่งกลุ่มมักเท่ากับหนึ่งจังหวะการอ่านโน้ตสดsight-reading · อ่านโน้ตฉับพลันการเล่นเพลงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโดยอ่านจากกระดาษทันที ฝึกด้วยของใหม่ทุกวันและห้ามหยุดกลางคันโทนิกtonic · โน้ตตั้งต้น · ขั้นที่หนึ่งโน้ตตัวแรกของบันไดเสียง และเป็นตัวที่หูรู้สึกว่าเป็นบ้าน เพลงที่จบลงที่โทนิกจะรู้สึกว่าจบจริงขั้นของบันไดเสียงscale degree · degreeลำดับที่ของโน้ตในบันไดเสียง นับจากโทนิกเป็นหนึ่ง ใช้อธิบายหน้าที่ของโน้ตโดยไม่ต้องอ้างชื่อคีย์โน้ตนำleading tone · ขั้นที่เจ็ดโน้ตขั้นที่เจ็ดที่อยู่ต่ำกว่าโทนิกครึ่งเสียง แรงดึงกลับหาโทนิกของมันคือสิ่งที่ทำให้เพลงรู้สึกว่าจบบันไดเสียงไมเนอร์minor scale · natural minor · ไมเนอร์ธรรมชาติบันไดเสียงที่ใช้สูตร เต็ม ครึ่ง เต็ม เต็ม ครึ่ง เต็ม เต็ม ต่างจากเมเจอร์ที่ขั้นสาม หก และเจ็ดฮาร์โมนิกไมเนอร์harmonic minorไมเนอร์ที่ยกขั้นที่เจ็ดขึ้นครึ่งเสียงเพื่อสร้างโน้ตนำ ผลข้างเคียงคือช่องว่างสามครึ่งเสียงระหว่างขั้นหกกับเจ็ดเมโลดิกไมเนอร์melodic minorไมเนอร์ที่ยกทั้งขั้นหกและขั้นเจ็ดตอนไล่ขึ้น แล้วกลับเป็นไมเนอร์ธรรมชาติตอนไล่ลง เกิดขึ้นเพื่อให้ทำนองเดินลื่นคีย์คู่สัมพันธ์relative key · relative minor · ไมเนอร์คู่สัมพันธ์คีย์เมเจอร์กับไมเนอร์ที่ใช้โน้ตชุดเดียวกันและเครื่องหมายประจำคีย์เดียวกัน หาได้ด้วยการนับลงสามครึ่งเสียงคีย์คู่ขนานparallel key · parallel minorคีย์ที่มีโทนิกตัวเดียวกันแต่คนละอารมณ์ เช่น C เมเจอร์กับ C ไมเนอร์ ใช้เครื่องหมายประจำคีย์คนละชุดวงกลมคู่ห้าcircle of fifthsแผนภาพที่เรียงคีย์ทั้งหมดตามระยะคู่ห้า ตามเข็มเพิ่มชาร์ป ทวนเข็มเพิ่มแฟลต คีย์ที่อยู่ติดกันมีโน้ตร่วมกันหกในเจ็ดตัวเพนทาโทนิกpentatonic · บันไดเสียงห้าเสียงบันไดเสียงห้าเสียงที่ไม่มีคู่ใดห่างกันครึ่งเสียง ทุกโน้ตจึงเข้ากันได้หมด คีย์ดำห้าตัวคือเพนทาโทนิกพร้อมใช้บลูส์สเกลblues scale · blue note · โน้ตบลูส์เพนทาโทนิกไมเนอร์ที่เติมโน้ตบลูส์เข้ามาหนึ่งตัว ระหว่างขั้นสี่กับขั้นห้า ใช้เป็นทางผ่านไม่ใช่จุดพักเครื่องหมายแปลงเสียงaccidental · natural · เนเชอรัลชาร์ป แฟลต หรือเนเชอรัลที่กำกับไว้ข้างหัวโน้ตกลางเพลง มีผลกับตำแหน่งนั้นไปจนจบห้อง แล้วกลับไปตามเครื่องหมายประจำคีย์ไทรโทนtritone · ขั้นคู่สี่ออกเมนเทดขั้นคู่ที่ห่างกันหกครึ่งเสียง แบ่งออกเทฟออกเป็นสองส่วนเท่ากัน จึงไม่มั่นคงที่สุดและเป็นเครื่องยนต์ของฮาร์โมนีดิมินิชท์diminished · dim · ดิมคอร์ดที่ซ้อนขั้นคู่สามไมเนอร์สองชั้น มีไทรโทนอยู่ภายใน ใช้สร้างความไม่มั่นคงเพื่อส่งต่อไปคอร์ดถัดไปออกเมนเทดaugmented · augคอร์ดที่ซ้อนขั้นคู่สามเมเจอร์สองชั้น ทุกช่วงเท่ากันจนหูหารากไม่เจอ ใช้เป็นคอร์ดทางผ่านการนำแนวเสียงvoice leadingการเลือกตำแหน่งคอร์ดโดยมองแต่ละเสียงเป็นแนวของตัวเอง ให้โน้ตร่วมอยู่ที่เดิมและตัวอื่นขยับน้อยที่สุดทางเดินคอร์ดchord progression · ทางคอร์ดลำดับของคอร์ดที่เรียงต่อกันเป็นโครงของเพลง เช่น I V vi IV ซึ่งพบในเพลงป็อปนับพันเพลงคอร์ดประจำคีย์diatonic chordคอร์ดที่สร้างจากโน้ตในบันไดเสียงของคีย์นั้นล้วนๆ คีย์เมเจอร์ให้ลำดับ เมเจอร์ ไมเนอร์ ไมเนอร์ เมเจอร์ เมเจอร์ ไมเนอร์ ดิมินิชท์เลขโรมันroman numeral · การวิเคราะห์เลขโรมันระบบเขียนคอร์ดเป็นลำดับขั้นแทนชื่อ ตัวพิมพ์ใหญ่คือเมเจอร์ ตัวพิมพ์เล็กคือไมเนอร์ ทำให้ย้ายคีย์ได้ทันทีเคเดนซ์cadence · การจบวลีคู่คอร์ดที่ใช้ปิดวลี ทำหน้าที่เหมือนเครื่องหมายวรรคตอน V ไป I คือการจบสมบูรณ์ ส่วน V ไป vi คือการหลอกคอร์ดเซเวนท์seventh chord · คอร์ดสี่เสียงคอร์ดสี่เสียงที่ซ้อนขั้นคู่สามเพิ่มอีกชั้นจากทรัยแอด มีสี่ชนิดหลักคือ maj7 7 m7 และ m7♭5โดมินันต์เซเวนท์dominant seventh · V7ทรัยแอดเมเจอร์บวกขั้นคู่เจ็ดไมเนอร์ เขียนด้วยเลข 7 เปล่า มีไทรโทนภายในจึงดึงกลับหาคอร์ดโทนิกแรงที่สุดคอร์ดซัสsus chord · sus2 · sus4 · suspendedคอร์ดที่ถอดตัวที่สามออกแล้วใช้ขั้นที่สองหรือขั้นที่สี่แทน จึงไม่เป็นทั้งเมเจอร์และไมเนอร์สแลชคอร์ดslash chord · คอร์ดทับเบสสัญลักษณ์ที่บอกว่าคอร์ดอะไรทับเบสอะไร เช่น C/E เบสอาจเป็นสมาชิกของคอร์ดหรือไม่ก็ได้lead sheetlead sheet · แผ่นคอร์ด · chord chartกระดาษแผ่นเดียวที่มีทำนองกับชื่อคอร์ด ไม่บอกวิธีคลอ ผู้เล่นเลือกการพลิกคอร์ดและจังหวะเองแพตเทิร์นการคลอaccompaniment pattern · แพตเทิร์นมือซ้ายรูปแบบการกระจายโน้ตของคอร์ดออกไปตามเวลา เพื่อให้คอร์ดมีจังหวะแทนที่จะกดค้างเฉยๆการจัดเสียงในคอร์ดvoicingการเลือกว่าจะวางโน้ตของคอร์ดไว้ที่ออกเทฟไหนและเรียงอย่างไร โน้ตชุดเดิมแต่จัดคนละแบบให้ความรู้สึกต่างกันมากคอร์ดแตกbroken chordการเล่นโน้ตของคอร์ดทีละตัวแทนที่จะกดพร้อมกัน ทำให้เสียงไหลต่อเนื่องและกินพื้นที่กว้างขึ้นอัลแบร์ตีเบสAlberti bassแพตเทิร์นมือซ้ายที่เล่นโน้ตของคอร์ดตามลำดับ ต่ำ สูง กลาง สูง เป็นเสียงประจำของดนตรียุคคลาสสิกวลีphrase · ประโยคเพลงหน่วยความหมายของทำนองที่จบในตัวเอง เทียบได้กับหนึ่งประโยคหรือหนึ่งลมหายใจ มักยาวสองถึงสี่ห้องการคลอคอร์ดcompingการเล่นคอร์ดเป็นจังหวะเพื่อรองรับทำนองหรือเสียงร้อง โดยไม่แย่งความสนใจจากตัวหลักเครสเชนโดcrescendo · diminuendo · ดิมินูเอนโดการไล่ระดับความดังอย่างค่อยเป็นค่อยไป เครสเชนโดคือดังขึ้น ดิมินูเอนโดคือเบาลง เขียนเป็นรูปลิ่มในโน้ตวิธีเล่นแต่ละโน้ตarticulationคำสั่งว่าจะเชื่อมหรือแยกโน้ตแต่ละตัวอย่างไร เช่นเลกาโต สตัคคาโต และเทนูโต เป็นเรื่องของการปล่อยไม่ใช่การกดการย้ายคีย์transpose · transpositionการย้ายเพลงทั้งเพลงไปคีย์อื่นโดยรักษาความสัมพันธ์ระหว่างโน้ตไว้เหมือนเดิม ใช้บ่อยที่สุดเพื่อให้เข้ากับช่วงเสียงนักร้องการด้นสดimprovisation · improvการแต่งทำนองขึ้นสดขณะเล่น โดยอาศัยบันไดเสียงและคอร์ดเป็นกรอบ สิ่งที่ตัดสินคุณภาพคือจังหวะและที่ว่างรูบาโตrubato · tempo rubatoการยืดหดเวลาภายในวลีเพื่อความหมายทางดนตรี โดยเวลาที่ยืมไปต้องคืนภายในวลีเดียวกันคำสั่งความเร็วtempo marking · allegro · andante · ritardandoคำภาษาอิตาลีที่บอกความเร็วและอารมณ์ เช่นอันดันเตหรืออัลเลโกร รวมถึงคำสั่งเปลี่ยนความเร็วอย่างริทาร์ดันโดเซคันดารีโดมินันต์secondary dominant · V7 ของ Vคอร์ดโดมินันต์เซเวนท์ของคอร์ดอื่นที่ไม่ใช่โทนิก ใส่ไว้ข้างหน้าเพื่อทำให้คอร์ดเป้าหมายฟังเหมือนบ้านชั่วขณะคอร์ดยืมborrowed chord · modal interchange · การยืมโหมดคอร์ดที่หยิบมาจากคีย์คู่ขนาน ใช้เพิ่มสีที่มืดลงโดยที่โทนิกของเพลงไม่ย้าย ตัวที่พบบ่อยที่สุดคือขั้นสี่ไมเนอร์วอยซิงไม่มีรากเสียงrootless voicing · guide tone · โน้ตนำทางการเล่นคอร์ดโดยตัดรากออก เหลือตัวที่สาม ห้า เจ็ด และเก้า ใช้เมื่อมีนักเบสเล่นรากอยู่แล้วเทนชันtension · extension · ขั้นที่เก้า · ขั้นที่สิบสามโน้ตที่ซ้อนต่อจากตัวที่เจ็ด คือขั้นที่เก้า สิบเอ็ด และสิบสาม เพิ่มสีของคอร์ดโดยไม่เปลี่ยนหน้าที่ไทรโทนซับสติติวชันtritone substitution · tritone sub · คอร์ดแทนไทรโทนการใช้คอร์ดโดมินันต์ที่รากห่างไปหกครึ่งเสียงแทนคอร์ดเดิม ได้เพราะทั้งสองมีไทรโทนคู่เดียวกันการเปลี่ยนคอร์ดใหม่reharmonization · reharmการใส่คอร์ดชุดใหม่ให้ทำนองเดิม โดยโน้ตทำนองที่ตกจังหวะสำคัญต้องยังเข้ากับคอร์ดใหม่ได้วอล์กกิงเบสwalking bassแนวเบสที่เล่นตัวดำทุกจังหวะไม่หยุด จังหวะหนึ่งเป็นรากและจังหวะสี่เป็นโน้ตเข้าหาคอร์ดถัดไปบลูส์สิบสองห้องtwelve-bar blues · 12-bar bluesโครงเพลงสิบสองห้องที่ใช้คอร์ด I IV และ V แบบโดมินันต์เซเวนท์ทั้งหมด เป็นรากของป็อป ร็อก โซล และแจ๊สจังหวะสวิงswing · shuffleการเล่นเขบ็ตสองตัวให้ไม่เท่ากัน ตัวแรกยาวประมาณสองในสามของจังหวะ เป็นเรื่องเดียวกับการเขียนเป็น 12/8จังหวะประสมcompound meter · 6/8 · 12/8จังหวะที่แบ่งจังหวะใหญ่ออกเป็นสามแทนที่จะเป็นสอง เช่น 6/8 ที่มีสองจังหวะใหญ่ และ 12/8 ที่มีสี่โพลีริทึมpolyrhythm · สามต่อสองการเล่นสองจังหวะที่แบ่งย่อยไม่เท่ากันพร้อมกัน แบบที่พบบ่อยที่สุดคือสามต่อสองการซ้อมอย่างตั้งใจdeliberate practiceการซ้อมที่มีเป้าหมายแคบ อยู่ที่ระดับความยากซึ่งพลาดได้บ้าง มีผลตอบกลับทันที และใช้สมาธิเต็มที่การเรียบเรียงarrangement · arrangingการตัดสินใจว่าเพลงจะออกมาเป็นอย่างไร ทั้งโครงความเข้ม ช่วงเสียง ความหนา และแพตเทิร์นของแต่ละท่อน